พันธมิตรสหรัฐอเมริกา หรือที่ใครหลายคนเรียกว่าซื้อบอน 2 ปี , บอน 10 ปี ที่ชาวนักลงทุนเขาคุยกัน เชื่อว่าคงมีคนที่รู้จัก และคนที่ไม่รู้จักว่ามันคืออะไรแน่นอนครับ เดี๋ยวเราไปอธิบายกันง่ายๆก่อนลงเนื้อหาซื้อขายพันธบัตรกันครับ
พันธบัตรสหรัฐอเมริกา คืออะไร และดียังไง
โควต้าไม่เกิน 8 บรรทัดต้องเข้าครับ : สำหรับพันธบัตร คือ มูลค่าที่เราซื้อเครื่องค้ำประกันจากเงินที่ออกโดยรัฐบาลครับ เอาที่เข้าใจง่ายกว่านี้ก็คือ เราไปซื้อสัญญา 1 สัญญากับรัฐบาล และมีหน้าที่ถือสัญญาไว้เฉยๆ พอครบกำหนดก็เอาไปคืน และรับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจากทางรัฐบาลครับ
เช่น พันธบัตร 2 ปี ดอกเบี้ย 4.5% : หมายความว่า ทุกๆ 1 ปีเราจะได้ดอกเบี้ย 4.5% ของจำนวนเงินที่ซื้อ และพอครบ 2 ปีเอาสัญญาไปคืน ก็จะได้เงินต้นคืน
- ฝากเงิน 1 ล้านบาท : ปีแรกได้ 45,000 ปีที่ 2 ได้อีก 45,000 (ตีเป็นกลมๆนะครับ)
- พอครบ 2 ปี เราก็จะได้เงินต้นคืน 1 ล้าน พร้อมกับเงินอีก 90,000 ฟรีๆสบายๆ
โดยมีเงื่อนไขเดียวเลยก็คือ รัฐบาลของประเทศนั้นห้ามเจ๊ง หรือค่าเงินล้มละลายครับ ซึ่งเป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้ยากมากๆ แต่ถ้าเราอยากจะขายก่อน ก็สามารถขายได้ในตลาดรองเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นแล้วความเสี่ยงแทบจะเป็น 0 เลย
ลองคิดดูครับว่าถ้าเรามีเงินเยอะๆๆสัก 50 ล้าน ได้ดอกเบี้ย 4.5% เท่ากันจะได้ปีละ 2,250,000 บาท ถ้าเราไม่มีอะไรที่ลงทุนแล้วได้เงินถึง 2.2 ล้าน ก็อยู่เฉยๆไปวันๆก็ได้แล้วครับ จะทำให้การตัดสินใจลงทุนได้ง่ายขึ้นเยอะครับ
จากนั้นเดี๋ยวไปต่อกันที่ว่า เราจะซื้อพันธบัตรพวกนี้ได้จากที่ไหนได้บ้าง?.
พันธบัตรสหรัฐคนไทยแบบเราซื้อที่ไหนได้บ้าง
- ซื้อผ่านโบรกเกอร์หรือตัวแทนการลงทุนระหว่างประเทศ
คนไทยสามารถซื้อพันธบัตรสหรัฐผ่านโบรกเกอร์หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการการลงทุนในตลาดต่างประเทศ เช่น:
- โบรกเกอร์ระหว่างประเทศ: บริษัทที่ให้บริการลงทุนในตลาดหุ้นและตราสารหนี้ทั่วโลก เช่น Interactive Brokers, Charles Schwab, Fidelity, หรือ E*TRADE
- โบรกเกอร์ในไทย: บางโบรกเกอร์ในไทย เช่น บลจ. หรือธนาคารใหญ่ อาจมีบริการลงทุนในพันธบัตรสหรัฐผ่านกองทุนหรือตลาดรอง
- ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ของ U.S. Treasury (TreasuryDirect)
- TreasuryDirect เป็นเว็บไซต์ทางการของกระทรวงการคลังสหรัฐที่ให้บริการซื้อพันธบัตรโดยตรงจากรัฐบาล
- คนไทยสามารถลงทะเบียนและเปิดบัญชีได้ แต่ต้องมี บัญชีธนาคารในสหรัฐ เพื่อใช้ชำระเงินและรับดอกเบี้ย
- หากไม่มีบัญชีธนาคารในสหรัฐ อาจจำเป็นต้องใช้บริการของโบรกเกอร์แทน
- ซื้อผ่านกองทุนรวม (Mutual Funds) หรือ ETFs
หากไม่ต้องการซื้อพันธบัตรโดยตรง คุณสามารถลงทุนในกองทุนรวมที่มีพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นส่วนประกอบ เช่น:
- กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ (เช่น กองทุน TMBAM, KAsset, SCBAM ในไทย)
- ETFs ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ เช่น iShares U.S. Treasury Bond ETFs (เช่น TLT, SHY)
- เปิดบัญชีในต่างประเทศ
การเปิดบัญชีลงทุนในต่างประเทศ เช่น ในสิงคโปร์หรือฮ่องกง อาจช่วยให้เข้าถึงตลาดพันธบัตรสหรัฐได้ง่ายขึ้น โดยต้องเลือกโบรกเกอร์ที่รองรับการลงทุนในพันธบัตร
ทั้ง 4 แบบอันไหนปลอดภัยสุด
เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ได้ยังไงก็ได้เท่ากัน เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องเลือกในสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดครับ
- สำหรับสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด คือ ซื้อผ่านกองทุนในประเทศไทย ผ่านธนาคารครับ
เพราะธนาคารจะช่วยประสานงานให้เรา และช่วยตามเรื่องต่างๆด้วยครับ แต่ต้องดูก่อนนะครับว่า กองทุนแต่ละธนาคารมีความแตกต่างกันยังไงบ้างในแต่ละช่วงครับ
ส่วนรองลงมาคือ เปิดบัญชีต่างประเทศครับ อันนี้ทำได้ยุ่งยาก และอยู่ต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงของเรื่องกฎหมายได้ครับ เช่น ปีหน้ามีกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงเงิน อาจมีความเสี่ยงต่อเงินฝากในประเทศบางประเทศได้ครับ
และเสี่ยงที่สุดเลยคือ เปิดผ่านโบรกเกอร์ครับ เพราะส่วนมากแล้วโบรกเกอร์มักจะไม่จ่ายเงินครับ รับฝากแต่ไม่รับถอน ถามว่าโบรกเกอร์ดีๆมีไหม ก็ต้องบอกว่ามีครับ แต่ทุกโบรกเกอร์มีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่าย และไม่มี กลต รับรองครับ
หวังว่าทุกคนจะสามารถไขข้อสงสัยได้ครับผม และใครที่ไม่อยากฝากเอาเงินเพียง 4.5% ลองเข้ามาเลือกซื้อหวยที่ให้อัตราจ่ายสูงสุด 8,800 บาท ได้นะครับ ซื้อ 100 ก็ได้ 8 แสนกว่าแล้ว วงเล็บ ถ้าถูกรางวัลนะครับ เข้ามาส่องก่อนได้ที่ : Globalball นะครับ